| วันเดินทางไป - กลับ | ผู้ใหญ่ท่านละ | พักเดี่ยวเพิ่มเงิน | ราคาเด็กท่านละ | |
|---|---|---|---|---|
| 14 ต.ค. 69 - 24 ต.ค. 69 | 155,500 บาท | 29,000 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 23 ต.ค. 69 - 02 พ.ย. 69 | 155,500 บาท | 29,000 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 10 พ.ย. 69 - 20 พ.ย. 69 | 155,500 บาท | 29,000 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 08 ธ.ค. 69 - 18 ธ.ค. 69 | 155,500 บาท | 29,000 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 21 ธ.ค. 69 - 31 ธ.ค. 69 | 170,500 บาท | 39,000 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 26 ธ.ค. 69 - 05 ม.ค. 70 | 170,500 บาท | 39,000 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 28 ธ.ค. 69 - 07 ม.ค. 70 | 170,500 บาท | 39,000 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 29 ม.ค. 70 - 08 ก.พ. 70 | 155,500 บาท | 29,000 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 19 ก.พ. 70 - 01 มี.ค. 70 | 155,500 บาท | 29,000 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 05 มี.ค. 70 - 15 มี.ค. 70 | 155,500 บาท | 29,000 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 20 มี.ค. 70 - 30 มี.ค. 70 | 155,500 บาท | 29,000 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 09 เม.ย. 70 - 19 เม.ย. 70 | 170,500 บาท | 39,000 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 30 เม.ย. 70 - 10 พ.ค. 70 | 170,500 บาท | 39,000 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 14 พ.ค. 70 - 24 พ.ค. 70 | 155,500 บาท | 29,000 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 28 พ.ค. 70 - 07 มิ.ย. 70 | 155,500 บาท | 29,000 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 16 ก.ค. 70 - 26 ก.ค. 70 | 155,500 บาท | 29,000 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 06 ส.ค. 70 - 16 ส.ค. 70 | 155,500 บาท | 29,000 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 27 ส.ค. 70 - 06 ก.ย. 70 | 155,500 บาท | 29,000 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 17 ก.ย. 70 - 27 ก.ย. 70 | 155,500 บาท | 29,000 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 01 ต.ค. 70 - 11 ต.ค. 70 | 155,500 บาท | 29,000 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 15 ต.ค. 70 - 25 ต.ค. 70 | 155,500 บาท | 29,000 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 05 พ.ย. 70 - 15 พ.ย. 70 | 155,500 บาท | 29,000 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 19 พ.ย. 70 - 29 พ.ย. 70 | 155,500 บาท | 29,000 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 03 ธ.ค. 70 - 13 ธ.ค. 70 | 155,500 บาท | 29,000 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 21 ธ.ค. 70 - 31 ธ.ค. 70 | 170,500 บาท | 39,000 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 28 ธ.ค. 70 - 07 ม.ค. 71 | 170,500 บาท | 39,000 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
20.00 น. คณะพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ชั้นที่ 4 ผู้โดยสารขาออก เคาน์เตอร์ การบินไทย (TG) เจ้าหน้าที่คอยให้การต้อนรับ
23.45 น. ออกเดินทางสู่ เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน โดย การบินไทย เที่ยวบินที่ TG920/TG7654
*** เปลี่ยนเครื่องที่สนามบินแฟรงก์เฟิร์ต 06.15-07.30 ***
09.35 น. (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึง ท่าอากาศยานบาร์เซโลนาเอลแปรต (BARCELONAEL PRAT) เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน เมืองใหญ่อันดับสองของสเปน และเป็นเมืองสำคัญที่สุดของแคว้นคาตาลุนญ่า เมืองนี้เป็นที่รู้จักเพราะสถาปนิกสมัยใหม่อย่างอันโตนี่ เกาดี้ รวมถึงศิลปินระดับโลกคนอื่นๆ อาทิ ปาโบล ปิกาสโซ่ฆวน มิโร และมอนท์เซร์ร่าท์ กาบาเย่ การได้รับ เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันโอลิมปิคเมื่อปี 1992 ทำให้โฉมหน้าของเมืองนี้เปลี่ยนไปอย่างมาก ...หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรเรียบร้อยแล้ว
จากนั้นนำท่านชมตลาดดอกไม้และสินค้าพื้นเมือง ณ ถนนลา รัมบลา(LA RAMBLAS) เมืองบาร์เซโลนา ถนนสายช้อปปิ้งที่มีชื่อเสียง และได้ชื่อว่าเป็นถนนสายที่คึกคักที่สุดของเมือง ไม่ว่าจะเป็นการจับจ่ายซื้อสินค้า หรือเดินเล่นชมบรรยากาศเมืองมีศิลปินข้างถนนให้ความบันเทิงหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะรูปปั้นมีชีวิตที่สามารถพบเห็นเกือบทุก 10 เมตร เมื่อเราโยนเหรียญ ก็จะเห็นการโชว์เพิ่มสีสันขึ้นอีกนิด และสามารถขอถ่ายรูปได้อีกด้วย ...อิสระให้ท่านได้เดินเล่น และพักผ่อนอิริยาบถตามอัธยาศัย
***อิสระอาหารกลางวัน***
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก HOTEL NH BARCELONA EIXAMPLE หรือเทียบเท่าระดับเดียวกัน (1)
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านชม เมืองบาเซโลน่า (BARCELONA) ซึ่งตั้งอยู่บนหาดโคสตาบราวาริมฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ถ่ายรูปด้านหน้าของโบสถ์อันศักดิ์สิทธิ์ ซากราดาแฟมิเลีย (SAGRADA FAMILIA) มีชื่อเต็มๆ ว่า TEMPLE EXPIATORI DE LA SAGRADA FAMLIA เป็นโบสถ์ประจำเมืองซึ่งได้รับการเรียกขานว่า CHURCH OF HOLY FAMILY ซึ่งสร้างโดยสถาปนิกที่มีชื่อเสียงก้องโลก ANTONIO GAUDI ผลงานการออกแบบชิ้นสุดท้ายและก่อสร้างอันยาวนานที่สุดด้วยรูปแบบศิลปะแบบนีโอโกธิค ด้วยแนวความคิดการคืนกลับสู่ธรรมชาติตัวอาคารนำเอารูปทรงและพื้นผิวต่างๆจากในธรรมชาติมาใช้ โดยความสูงถึง 150 เมตร ตัวอาคารบรรจงประดับด้วยหินโมเสคประดับด้วยปฎิมากรรมแกะสลักจากหินหลายพันชิ้นจากศิลปินสเปนปัจจุบันการก่อสร้างโบสถ์แห่งนี้ก็ยังไม่เสร็จสมบูรณ์คาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ในปี 2026
กลางวัน รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำท่านชมด้านนอก คาซามิลา (KASA MILA) หรือที่รู้จักกันในชื่อลา เปเดรรา ( คาตาลัน LA PEEA "เหมืองหิน") อ้างอิงถึงรูปลักษณ์ภายนอกที่แปลกกและแหวกแนว เป็นอาคารสไตล์โมเดิร์นนิสต์ เป็นที่อยู่อาศัยส่วนตัวหลังสุดท้ายที่ออกแบบโดยสถาปนิกอันโตนี เกาดีและสร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1906 ถึง ค.ศ. 1912 อาคารหลังนี้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2449 โดย PERE MIL และ ROSER SEGIMON ภรรยาของเขา ในขณะนั้น อาคารหลังนี้เป็นที่ถกเถียงกันเนื่องจากด้านหน้าอาคารหินที่โค้งงอ ระเบียง เหล็ก ดัดที่บิดเบี้ยว และการออกแบบโดยJOSEP MARIA JUJOL นวัตกรรมโครงสร้างหลายอย่างประกอบด้วยด้านหน้าอาคารหินที่รองรับตัวเองได้ พื้นแบบแปลนอิสระ โรงจอดรถใต้ดิน และระเบียงบนดาดฟ้าอันตระการตา ในปี พ.ศ. 2527 ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 เป็นต้นมา สถานที่แห่งนี้เป็นสำนักงานใหญ่ของ FUNDACI CATALUNYA LA PEDRERA ซึ่งดูแลการเยี่ยมชมอาคารนิทรรศการ และกิจกรรมทางวัฒนธรรมและการศึกษาอื่นๆ ที่ CASA MIL
จากนั้นนำท่านชมด้านนอก คาซ่า บัตโล่ (CASA BATLLO) เป็นอาคารใจกลางเมืองบาร์เซโลนาประเทศสเปน ออกแบบโดยอันโตนี เกาดีและได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผลงานชิ้นเอกของเขา ชื่อท้องถิ่นของอาคารนี้คือ CASA DELS OSSOS (บ้านแห่งกระดูก) เนื่องจากมี ลักษณะทางกายภาพ ที่เด่นชัดและ โครง กระดูกอาคารนี้ตั้งอยู่บนถนน PASSEIG DE GRCIAใน เขต EIXAMPLE และเป็นส่วนหนึ่งของบ้านแถวที่รู้จักกันในชื่อ ILLA DE LA DISCRDIA เช่นเดียวกับทุกสิ่งที่เกาดีออกแบบ คาซ่าบัตโล่สามารถระบุได้ว่าเป็นโมเดิร์นนิสม์ในความหมายกว้างที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งชั้นล่างมีลวดลายที่แปลกตาหน้าต่างรูปวงรีที่ไม่สม่ำเสมอ และงานแกะสลักหินที่ไหลลื่น มีเส้นตรงเพียงเล็กน้อย และส่วนหน้าอาคาร ส่วนใหญ่ ตกแต่งด้วยโมเสก สีสันสดใส ที่ทำจากกระเบื้องเซรามิกที่แตกหัก (TRENCADS) หลังคาโค้งและถูกเปรียบเทียบกับหลังของมังกรหรือไดโนเสาร์ทฤษฎีทั่วไปเกี่ยวกับอาคารนี้คือส่วนโค้งมนทางด้านซ้ายของศูนย์กลาง ซึ่งสิ้นสุดลงที่ด้านบนด้วยป้อมปราการและไม้กางเขน เป็นตัวแทนของหอกของนักบุญจอร์จ (นักบุญอุปถัมภ์ของแคว้นคาตาโลเนียบ้านของเกาดี) ซึ่งถูกแทงเข้าไปในด้านหลังของมังกร
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก HOTEL NH BARCELONA EIXAMPLE หรือเทียบเท่าระดับเดียวกัน (2)
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองตาร์ราโกนา (TARRAGONA) เป็นเมืองท่าตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศสเปน ริมชายฝั่งทองคำ (COSTA DAURADA) ของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เมืองนี้ได้รับการก่อตั้งขึ้นครั้งแรกเมื่อประมาณศตวรรษที่ 5 ก่อนคริสต์ศักราช ต่อมากลายเป็นหนึ่งในเมืองสำคัญของฮิสเปเนียในสมัยโรมัน ปัจจุบันเป็นเมืองหลักของจังหวัดตาร์ราโกนาและเป็นส่วนหนึ่งของแคว้นกาตาลุญญา
จากนั้นนำท่านชม อัฒจันทร์โรมันแห่งตาร์ราโก (ROMAN AMPHITHEATRE OF TARRACO) เป็นอัฒจันทร์โรมันในอาณานิคมโรมันแห่งตาร์ราโก (ปัจจุบันคือเมืองตาร์ราโกนาประเทศสเปน) เมืองหลวงของจังหวัดฮิสปาเนียทาร์ราโคเนนซิส (HISPANIA TARRACONENSIS) สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 2 ใกล้กับฟอรัมท้องถิ่นมีขนาด 130 x 102 เมตร และสามารถรองรับผู้ชมได้ถึง 15,000 คน ใช้สำหรับ การต่อสู้ แบบกลาดิเอเตอร์และการต่อสู้ระหว่างสัตว์ร้ายหรือมนุษย์กับสัตว์ร้าย ปัจจุบันเป็นซากปรักหักพัง เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มโบราณคดีแห่งทาร์ราโกที่ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกโดยยูเนสโกในปี พ.ศ. 2543
กลางวัน รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองเพนิสโคลา (PENISCOLA) เป็นเมืองและเทศบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดกัสเตยอน แคว้นบาเลนเซีย ประเทศสเปน ตั้งอยู่บนชายฝั่งโกสตาเดลอาซาอาร์ ทางทิศเหนือของทิวเขาแซร์ราดีร์ตาซึ่งทอดตัวขนานไปกับชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เมืองนี้เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม นำท่านชมภายนอก ปราสาทเพนิสโคลา (CASTILLO DE PESCOLA) เป็นปราสาทในเพนิสโคลาแคว้นกัสเตยอนชุมชนบาเลนเซียประเทศสเปน ปราสาทได้รับการบูรณะและเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชม ปราสาทตั้งอยู่บนหน้าผาที่มองเห็นทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่ระดับความสูง 64 เมตร (210 ฟุต) เหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง เดินเล่นชมหมู่บ้านชาวประมงที่เงียบสงบ นอกจากนี้ยังมีชื่อเสียงจากการเป็นสถานที่ถ่ายทำซีรีส์ “GAME OF THRONES” อีกด้วย อาคารที่มีผนังสีขาวและหลังคาสีแดงตัดกับน้ำทะเลสีฟ้าได้อย่างโดดเด่น เดินเล่นไปตามถนนของเมือง คุณสามารถเพลิดเพลินกับเครื่องดื่มในร้านกาแฟริมหน้าผาและใช้ชีวิตช้าๆ อย่างสบายๆ
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองบาเลนเซีย หรือ วาเล็นซิอา (VALENCIA) เป็นเมืองหลักของแคว้นบาเลนเซียและจังหวัดบาเลนเซีย เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ของประเทศสเปนและเป็นย่านอุตสาหกรรมใหญ่ริมชายฝั่งโกสตาเดลอาซาอาร์ (COSTA DEL AZAHAR) มีภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน มีฤดูร้อนที่แห้งอบอุ่นและอากาศหนาวที่ไม่รุนแรง มีสโมสรฟุตบอลที่มีชื่อเสียงคือ สโมสรฟุตบอลบาเลนเซีย
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก HOTEL ILUNION VALENCIA หรือเทียบเท่า (3)
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านชม เมืองบาเลนเซีย เมืองแห่งศิลปะและวิทยาศาสตร์ (CIUTAT DE LES ARTS I LES CINCIES) นำท่านชมด้านนอกเป็นกลุ่มอาคารทางวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมในเมืองบาเลนเซียประเทศสเปนเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ทันสมัยที่สุดในเมืองบาเลนเซีย และเป็นหนึ่งใน12 สมบัติล้ำค่าของสเปน เมืองแห่งศิลปะและวิทยาศาสตร์ตั้งอยู่ทางปลายด้านตะวันออกเฉียงใต้ของแม่น้ำตูเรียซึ่งเดิมเคยเป็นแม่น้ำมาก่อน ได้ถูกระบายออกและเปลี่ยนเส้นทางหลังจากเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ในปี พ.ศ. 2500 แม่น้ำสายเก่านี้ถูกเปลี่ยนให้เป็นสวนสาธารณะที่จมอยู่ใต้น้ำที่งดงาม
โครงการนี้ ได้รับการออกแบบโดย SANTIAGO CALATRAVAและ FLIX CANDELA เริ่มการก่อสร้างในระยะแรกในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2539 และได้รับการเปิดตัวเมื่อวันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2541 ด้วยการเปิดตัว L'HEMISFRIC ส่วนประกอบสำคัญสุดท้ายของเมืองแห่งศิลปะและวิทยาศาสตร์ คือ PALAU DE LES ARTS REINA SOFAได้รับการเปิดตัวเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2548 ซึ่งเป็นวันชุมชนบาเลนเซียอาคารหลังล่าสุดในคอมเพล็กซ์คือ L'GORA เปิดให้บริการในปี พ.ศ. 2552 เดิมมีงบประมาณ 300 ล้านยูโรในปี 1991 สำหรับโครงสร้างสามแห่ง จากนั้นจึงเพิ่มโครงสร้างเพิ่มเติม ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นสามเท่าจากที่คาดไว้ในตอนแรก
กลางวัน รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองเกวงกา CUENCA เป็นเมือง อยู่ในแคว้น CASTILE-LA MANCHA จุดเด่นของ CUENCA ก็คือ การสร้างบ้านริมหน้าผาเมืองเล็กๆ หรือบ้านแขวน HANGING HOUSES บนหน้าผาสูง เป็นเอกลักษณ์ของเมือง
นำท่านชมถ่ายภาพด้านนอก มหาวิหาร CUENCA สร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1182 ถึง 1270 โดยมีการบูรณะด้านหน้าอาคารใหม่หลังจากที่พังทลายลงในปี ค.ศ. 1902 นับเป็น มหาวิหาร สไตล์โกธิก แห่งแรก ในสเปน (ร่วมกับอาบีลา) เนื่องมาจากอิทธิพลของ สมเด็จพระราชินีเอลินอร์พระมเหสีของอัลฟองโซที่ 8 และพระธิดาของกษัตริย์เฮนรี่ที่ 2 แห่งอังกฤษและสมเด็จพระราชินีเอลินอร์แห่งอากีแตนซึ่งเป็นผู้ริเริ่มสถาปัตยกรรมแบบ แองโกล-นอร์มัน
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก NH CIUDAD DE CUENCA HOTEL หรือเทียบเท่า (4)
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองมาดริด (MADRID) เมืองหลวงของประเทศสเปน มหา นครอันทันสมัยล้ำยุค ที่ซึ่งกษัตริย์ฟิลลิปที่ 2 ได้ทรงย้ายที่ประทับจากเมืองโทเลโดมาไว้ที่นี่ และ ประกาศให้แมดดริดขึ้นเป็นเมืองหลวงใหม่ของพระองค์ และได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงที่สวยที่สุด แห่งหนึ่งในโลก และสูงสุดแห่งหนึ่งในยุโรป
กลางวัน รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่าน ชมย่านเมืองเก่า พลาซ่าร์ มายอร์ (PLAZA MAYOR) เป็นจัตุรัสใหญ่ใจกลางเมืองเก่าอดีตใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา เป็นที่ประกอบพิธีราชาภิเษก และงานฉลองพิธีสำคัญ ๆ เป็นที่ประลองฝีมือของบรรดาอัศวิน และเคยเป็นแหล่งสู้รบอย่างดุเดือด ระหว่างทหารของนโปเลียนกับชาวสเปน ปัจจุบันยังคงมีบรรยากาศ และความงามสมัยศตวรรษที่ 17
จากนั้นนำท่านสู่จุดศูนย์กลางของเมือง คือ ปัวร์ต้า เดล โซล หรือจุดกึ่งกลางเมืองกิโลเมตรที่ศูนย์ หรือประตูพระอาทิตย์ซึ่งเชื่อกันว่า หากตั้งจิตอธิษฐานในระหว่างที่เหยียบบนจุดกลางเมืองนี้ จะสมปราถนาในสิ่งที่หวังไว้ทุกอย่าง
จากนั้นนำท่านชมภายนอกของ พระราชวังหลวง (PALACIO REAL) ตั้งอยู่บนเนินเขาบริเวณริมฝั่งแม่น้ำแมนซานาเรส ที่มีความงดงามโอ่อ่าอลังการไม่แพ้พระราชวังอื่นในทวีปยุโรป เนื่องจากแนวความคิดเปรียบเทียบความใหญ่โตของพระราชวังแวร์ซายส์ และความสวยงามของพระราชวังลูฟว์ในฝรั่งเศส พระราชวังหลวงแห่งนี้จึงถูกสร้างด้วยหินทั้งหลัง ในปี ค.ศ. 1738 ในสไตล์บาร็อค โดยการผสมผสานระหว่างศิลปะแบบฝรั่งเศสและอิตาเลียน ชมความยิ่งใหญ่ภายในวังซึ่งประกอบด้วยห้องต่าง ๆ มากมาย ถึง 2,830 ห้อง ภายในตกแต่งอย่างวิจิตรตระการตา ด้วยภาพเขียนสีบนเพดาน โคมไฟแก้วเจียรไน เสาหินอ่อน และประดับประดาทั่ววังด้วยงานศิลปะมากมาย ซึ่งนอกจากจะมีการตกแต่งอย่างงดงามแล้ว ยังเป็นที่เก็บภาพเขียนชิ้นสำคัญ ที่วาดโดยศิลปินในยุคนั้น รวมทั้งสิ่งของมีค่าต่างๆ อาทิ พัดโบราณ, นาฬิกา, หนังสือ, เครื่องใช้, อาวุธ ฯลฯ แล้วชมอุทยานหลวงที่มีการเปลี่ยนพันธุ์ไม้ทุกฤดูกาลดอกไม้งดงามตลอดปี
20.30 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง พร้อมชมระบำฟลามิงโก้อันลือชื่อ ด้วยจังหวะกระทืบเท้ามัน ๆ ในสไตล์ของสเปน ศิลปะที่มีรูปแบบซับซ้อนทั้งเพลงดนตรี และการเต้นรำซึ่งเป็นศิลปะประจำชาติและสร้างชื่อของชาวสเปน
ที่พัก CATALONIA PLAZA MAYOR HOTEL หรือเทียบเท่า (5)
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองโทเลโด้ เมืองประวัติศาสตร์ ซึ่งมีความหมายว่า ”เมืองป้อมน้อย” ในอดีตเป็นเมืองหลวงเก่าของสเปน และเคยถูกชาวโรมันเข้ายึดครองเมืองเมื่อ 2,200 ปีมาแล้ว ปัจจุบันอารยธรรมของชนต่างชาติครั้งก่อน ยังคงฝังแน่นคละกันอยู่ในชีวิต ประจำวันของชาวเมือง ลักษณะผังเมืองโทเลโด้ เป็นเอกลักษณ์ที่น่าชื่นชมที่สุดของการจัดสร้างเมืองโบราณอันสมบูรณ์แบบ ตัวเมืองรายล้อมด้วยเนินเขามากมาย ประดุจ กำแพงธรรมชาติด้วยหุบผา 3 แห่งโดยมีแม่น้ำทาโคเป็นเส้นทางคมนาคม นอกจากนี้ เมืองโทเลโด้เป็นใจกลางของประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม ปัจจุบันได้รับรองจาก ยูเนสโกประกาศให้เมืองโทเลโด้เป็นเมืองมรดกโลก
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านชมเมืองโทเลโด้ ซึ่งเป็นนครที่คงความงดงามและความเป็นมาในฐานะเมืองเก่าอันเปรียบเป็นอนุสรณ์แห่ง ประวัติศาสตร์นั้นยังคงได้รับการยอมรับและบันทึกเอาไว้โดยองค์การสหประชาชาติว่าเป็น เมืองมรดกโลก จากนั้น นำท่าน ชมภายนอกมหาวิหารแห่งโทเลโด้ มหาวิหารที่ใหญ่ที่สุดในสเปน เริ่มสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1227 อันเป็นสมัยที่ศิลปะแบบโกธิค กำลังแพร่หลายอยู่ในยุโรป และเสร็จสิ้นสมบูรณ์เมื่อปี ค.ศ. 1493 ถือเป็นมหาวิหารสไตส์โกธิคที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่ง และเป็นศูนย์กลางแห่งศาสนาคริสต์ในประเทศสเปนอีกด้วย นำท่านเดินลัดเลาะตามตึกรามบ้านช่องเก่าแก่สมัยโรมัน ท่านจะประทับใจกับความงดงามและความเก่าแก่ของโทเลโด้ ซึ่งเหมือนกับพิพิธภัณฑ์ทั้งเมือง นำชมโรงงานผลิตเครื่องถมของสเปนดามาสกิโน่ ที่สวยงามด้วยการนำทองและเงินมาตีเป็นเส้น และตอกลงบนโลหะสีดำ เป็นงานฝีมือที่มีชื่อเสียงของโทเลโด้มาช้านาน
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองกาเซเรส (CACERES) เป็นเมืองหลักของจังหวัดกาเซเรสในแคว้นเอซเตรมาดูรา ทางภาคตะวันตกของประเทศสเปน ได้รับการประกาศให้เป็นเมืองมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกเมื่อปี ค.ศ. 1986 เนื่องจากความโดดเด่นของงานสถาปัตยกรรมในเมืองที่มีการผสมผสานระหว่างรูปแบบต่าง ๆ ได้แก่ โรมัน อิสลาม นอร์เทิร์นกอทิก และศิลปะสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาแบบอิตาลี ซึ่งเป็นผลมาจากการสงครามหลายครั้งที่รบกันที่เมืองนี้ตลอดเวลาในประวัติศาสตร์ หอคอยประมาณ 30 แห่งที่สร้างขึ้นในสมัยอัลอันดะลุส (สมัยที่ชาวมุสลิมมีอำนาจในสเปน) ยังคงอยู่ในเมืองนี้ โดยหอคอยบูฆาโก (TORRE DEL BUJACO) มีชื่อเสียงมากที่สุด
นำท่านชม เมืองเก่ากาเซเรส OLD TOWN OF CACERES เขตเมืองเก่าหรือ “ซิวดัดโมนูเมนตัล” (CIUDAD MONUMENTAL) ยังคงมีกำแพงโบราณล้อมรอบอยู่โดยยังคงลักษณะที่ได้สร้างไว้ในยุคกลางอย่างสมบูรณ์ ไม่มีร่องรอยของความเป็นปัจจุบันให้เห็น มหาวิทยาลัยเอซเตรมาดูราและหอสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์ 2 แห่งก็ตั้งอยู่ในเมืองนี้ นอกจากนี้กาเซเรสยังเป็นที่ตั้งของสังฆมณฑลคาทอลิกโกเรีย กาเซเรส (CORIA CCERES)
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก CACERES HOTEL หรือเทียบเท่า (6)
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองบาดาจอซ (BADAJOZ) เป็นเมืองหลวงของจังหวัดบาดาโฮซในแคว้นปกครองตนเองเอซเตรมาดูราประเทศสเปนตั้งอยู่ใกล้ชายแดนโปรตุเกส บนฝั่งซ้ายของแม่น้ำกัวเดียนา
นำท่านชม อัลคาซาบา ALCAZABA เป็นป้อมปราการโบราณของชาวมัวร์ ในเมืองบาดาจอช อัลคาซาบาตามที่ปรากฏในปัจจุบันนี้สร้างขึ้นโดยราชวงศ์อัลโมฮัดในศตวรรษที่ 12 ได้รับการประกาศให้เป็นอนุสรณ์สถานแห่งชาติของสเปนในปี พ.ศ. 2474 ในบริเวณหอคอยเป็นพระราชวังของขุนนางแห่งบาดาโฮซ ซึ่งมีห้องอาบน้ำและมัสยิดหลายแห่ง สร้างขึ้นด้วยโคลนและปูน มีผังแปดเหลี่ยมพร้อมโครงสร้างสี่เหลี่ยมจัตุรัสซึ่งครั้งหนึ่งเคยให้ทัศนียภาพอันงดงามของชนบท ชื่อนี้มาจากเสียงระฆังที่ดังแหลมซึ่งเคยติดตั้งไว้ในหอคอย อาคารที่อยู่ติดกัน สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 16 เรียกว่า ลา กาเลรา ครั้งหนึ่งเคยเป็นศาลาว่าการเมือง ต่อมาเป็นเรือนจำ และปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์โบราณคดี สวนที่ได้รับการดูแลอย่างดีล้อมรอบอนุสาวรีย์แห่งนี้ ซึ่งพบโบราณวัตถุจากยุควิซิกอท โรมัน และยุคอื่น ๆ
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองเอสเตรโมซ ESTREMOZ ทางตะวันออกของโปรตุเกสเป็นเมืองโบราณที่มีประตูรั้วและมองเห็นปราสาทสมัยศตวรรษที่ 13 ซึ่ง นักบุญเอลิซาเบธ (อิซาเบล) แห่งโปรตุเกสพระมเหสีของพระเจ้าดีนิส สิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1336 ปัจจุบันปราสาทแห่งนี้เป็นโรงแรมที่รัฐบาลดำเนินการเอสเตรโมซเคยเป็นฐานทัพสำคัญของกองทัพโปรตุเกสในการรบที่ประสบความสำเร็จกับสเปนในช่วงศตวรรษที่ 17 มีชื่อเสียงในด้านเครื่องปั้นดินเผาอันเป็นเอกลักษณ์ ผลผลิตในท้องถิ่นประกอบด้วยไวน์และน้ำมันมะกอก มีอุตสาหกรรมแปรรูปไม้ก๊อกและโรงสีขนสัตว์ และมีการขุด หินอ่อนสีขาว ในบริเวณใกล้เคียง
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองลิสบอน (LISBON) เมืองหลวงเก่าแก่มีประวัติยาวนานกว่า 800 ปี ของประเทศโปรตุเกส เมืองที่ได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่จากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ตั้งอยู่ในทวีปยุโรปตอนใต้บนคาบสมุทรไอบีเรีย
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก MELIA LISBOA ORIENTE HOTEL หรือเทียบเท่า (7)
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านชม เมืองลิสบอน นครเก่าแก่นครหนึ่งในทวีปยุโรป ทั้งยังเป็นเมืองท่าที่สำคัญ และเป็นศูนย์กลาง ทางการเมือง การค้า อุตสาหกรรม พร้อมทั้งยังเป็นอุทยานนครที่เขียวชอุ่มร่มรื่น ชมทัศนียภาพของแม่น้ำเตโย (TEJO) ที่ไหลผ่านใจกลางเมืองลิสบอน เป็นแม่น้ำที่กว้างใหญ่ไพศาลราวกับทะเล และยิ่งกว่านั้นโปรตุเกสถูกโอบล้อมด้วยชายหาดยาวกว่า 170 กม. ของผืนมหาสมุทรแอตแลนติก ชมบริเวณเมืองเก่าลิสบอน “โอลด์ซิตี้” และจัตุรัสการค้า สร้างขึ้นในสมัยมาร์ควิส เดอ ปอมแปล เป็นนายกรัฐมนตรี
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำท่าน ชมสะพานแขวนที่ยาวที่สุดในยุโรป ซึ่งสะพานนี้มีชื่อว่า PONTE 25 APRIL (ซึ่งเมื่อวันที่ 25 APRIL ปี 1974 ได้เกิดการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองมาสู่ระบอบประชาธิปไตย) จากนั้น นำท่านชม หอคอยบีเล็ม (BELEM TOWER) โบราณสถานที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 16 สร้างตามแบบสถาปัตยกรรมเก่า สมัยที่นครลิสบอนอยู่ภายใต้การยึดครองของชนชาติมัวร์ เดิมสร้างไว้กลางน้ำ เพื่อใช้เป็นป้อมปราการและประภาคาร รวมทั้งเป็นคุกอีกด้วย อดีตเคยเป็นป้อมรักษาการณ์ดูแลการเดินเรือเข้าออก และเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินเรือออกไปสำรวจ และค้นพบโลกของวาสโก ดากามา และนักเดินเรือชาวโปรตุเกส เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของสถาปัตยกรรมมานูเอลไลน์ที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง
จากนั้นนำท่าน ผ่านชมวิหารเจโรนิโมส วิหารเก่าแก่ที่สร้างขึ้นเมื่อศตวรรษที่ 16 โดยกษัตริย์ แมนนูเอลที่ 1 องค์สำคัญที่สุดที่สร้างชื่อเสียงให้โปรตุเกส ผู้ซึ่งประสบความสำเร็จจากการส่งนักเดินเรือล่องมหาสมุทร เพื่อค้นพบแผ่นดินใหม่ในโลก และมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะเป็นที่ฝังศพของวาสโกดากามา (VASCO DA GAMA) ที่ สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่วาสโกดากามา นักเดินเรือชื่อดัง ที่ได้เดินทางสู่อินเดียเป็นผลสำเร็จ ในปี ค.ศ.1498 จัดเป็นผลงานอันเยี่ยมยอดของงานสถาปัตยกรรมที่เรียกกันว่า มานูเอลไลน์ (MANUELINE) ใช้เวลาก่อสร้างทั้งสิ้น 70 ปี จึงเสร็จสมบูรณ์ และได้รับการรับรองจาก องค์การยูเนสโกว่าเป็นมรดกโลก วิหารแห่งนี้มีความสวยงามด้วยศิลปะ แบบโกธิค ซึ่งจะมีความแปลกกว่าที่อื่น คือ มีความผสมผสานแบบมานูเอลรึซึม
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก MELIA LISBOA ORIENTE HOTEL หรือเทียบเท่า (8)
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
***อิสระให้ท่านพักผ่อนและเก็บสัมภาระ***
...สมควรแก่เวลาพบกันที่จุดนัดพบ เพื่อท่านออกเดินทางสู่ ท่าอากาศยานลิสบอน ปอร์เตลา เพื่อเดินทางกลับสู่ ประเทศไทย
14.30 น. ออกเดินทางกลับสู่ ประเทศไทย โดย การบินไทย เที่ยวบินที่ TG7304/TG923
**** เปลี่ยนเครื่องที่สนามบินแฟรงก์เฟิร์ต 18.40-20.40 ****
12.30 น. (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ….
.jpg)
99/387 พาร์คแลนด์เพชรเกษม-ท่าพระ ถนนเพชรเกษม แขวงวัดท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร 10600
แผนที่บริษัท คลิก Google Map
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา