| วันเดินทางไป - กลับ | ผู้ใหญ่ท่านละ | พักเดี่ยวเพิ่มเงิน | ราคาเด็กท่านละ | |
|---|---|---|---|---|
| 16 ต.ค. 69 - 25 ต.ค. 69 | 139,900 บาท | 28,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 30 ต.ค. 69 - 08 พ.ย. 69 | 139,900 บาท | 28,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 20 พ.ย. 69 - 29 พ.ย. 69 | 139,900 บาท | 28,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 18 ธ.ค. 69 - 27 ธ.ค. 69 | 154,900 บาท | 35,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 26 ธ.ค. 69 - 04 ม.ค. 70 | 154,900 บาท | 35,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 28 ก.พ. 70 - 09 มี.ค. 70 | 139,900 บาท | 28,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 21 มี.ค. 70 - 30 มี.ค. 70 | 139,900 บาท | 28,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 28 มี.ค. 70 - 06 เม.ย. 70 | 139,900 บาท | 28,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 11 เม.ย. 70 - 20 เม.ย. 70 | 154,900 บาท | 35,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 25 เม.ย. 70 - 04 พ.ค. 70 | 154,900 บาท | 35,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 21 พ.ค. 70 - 30 พ.ค. 70 | 139,900 บาท | 28,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 30 พ.ค. 70 - 08 มิ.ย. 70 | 139,900 บาท | 28,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 20 มิ.ย. 70 - 29 มิ.ย. 70 | 139,900 บาท | 28,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 18 ก.ค. 70 - 27 ก.ค. 70 | 139,900 บาท | 28,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 10 ส.ค. 70 - 19 ส.ค. 70 | 139,900 บาท | 28,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 15 ก.ย. 70 - 24 ก.ย. 70 | 139,900 บาท | 28,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 15 ต.ค. 70 - 24 ต.ค. 70 | 139,900 บาท | 28,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 09 พ.ย. 70 - 18 พ.ย. 70 | 139,900 บาท | 28,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 19 ธ.ค. 70 - 28 ธ.ค. 70 | 154,900 บาท | 35,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 28 ธ.ค. 70 - 06 ม.ค. 71 | 154,900 บาท | 35,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
23.00 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 เคาเตอร์สายการบินเอมิเรตส์(EK)พบ เจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวก
02.55 น. ออกเดินทางสู่ เมืองเจนีวา (GEVANA) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK321/EK089*.*.*.แวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินดูไบ 06.40-08.40 *.*.*.
12.45 น. **เวลาท้องถิ่น**ถึงสนาบินเจนีวา (GEVANA) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมืองศูนย์กลางการประชุมนานาชาติเมืองที่ตั้งองค์กรระดับโลก อาทิ องค์การการค้าโลก (WTO) หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรกรเรียบร้อยแล้ว นำท่านเดินทางสู่เมืองชาโมนิกซ์ (CHAMONIX) (110กิโลเมตร) เมืองตากอากาศที่มีชื่อเสียงของประเทศฝรั่งเศส เป็นเมืองที่นักเล่นสกีและนักปีนเขานิยมมาเล่นสกีหรือปีน เขาที่แห่งนี้โดยมียอดเขามองบลังค์ (MONT BLANC) เป็นจุดหมายปลายทาง …
จากนั้นนำท่านนั่งเคเบิ้ลไฟฟ้าขึ้นสู่สถานี ไอกุย ดู มิดิ (Aiguille du Midi) ด้วยความสูง3,842 เมตร เป็นกระเช้าที่สูงที่สุดในโลกถูกสร้างขึ้นเมือปี ค.ศ. 1955 ใช้เวลาประมาณ 45 นาที จากสถานีนี้ท่านสามารถมองเห็นยอดเขามองบลังค์(Mont Blanc) ที่สูงที่สุดในยุโรป (สูงกว่าจุงฟราวน์) และสูงเป็นอันดับที่ 11 ของโลก ที่มีความสูง 4,807 เมตร …อิสระให้ท่านชมวิวหรือทำกิจกรรมต่างๆ ตามอัธยาศัย …
นำท่านเดินทางกลับสู่ด้านล่างเมืองชาโมนิกซ์
ชมเมืองชาโมนิกซ์ที่ล้อมรอบด้วยขุนเขาสูงเมืองตากอากาศสีสันสดใส และมีการตกแต่งบ้านเรือนไว้อย่างสวยงาม ให้ท่านเดินเล่นช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองของฝากของที่ระลึกมากมายกับบรรยากาศโอบล้อมไปด้วยภูเขาสูง หากอากาศดีๆ ท่านสามารถมองเห็นยอดเขามองบลัง ที่สูงถึง 4,807 เมตร สูงสุดในยุโรป และอันดับที่ 11 ของโลก
…อิสระให้ท่านเพลิดเพลินเดินเล่นตามอัธยาศัย
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองเกรอนอบ (Grenoble) (210กิโลเมตร) เมืองศูนย์กลางของเฟรนช์แอลป์ เป็นเมืองมหาวิทยาลัยที่มีชื่อ และเป็นแหล่งเล่นสกีที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีก และเคยได้เป็นเจ้าภาพจัดโอลิมปิกฤดูหนาวในปี 1968 อีกด้วย ผ่านชมสถานที่สำคัญๆของเมือง เช่น อาคารรัฐสภาของ เมือง ฯลฯ
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
ที่พัก PARK HTEL GRENOBLE-MGALLERYหรือเทียบเท่า 4 ดาว
*.*.*. หมายเหตุ : โรงแรมมีจำกัดหากเต็ม ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์พักเมืองข้างเคียง*.*.*.
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สะพานส่งน้ำโรมันปงดูการ์ (PONT DU GARD) (250 กิโลเมตร) เป็นสะพานตั้งขวางแม่น้ำการ์ดง/สะพานส่งน้ำโบราณในยุคโรมันเก่าแก่กว่า 2,000 ปี สร้างด้วยหินห้อนมหึมาทอดข้ามแม่น้ำการ์ดง (Gardon) เป็นส่วนหนึ่งของระบบส่งน้ำจากเมืองนีมส์ด้วยระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร มีความสูง 50 เมตร ยาว 275 ได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลก (UNESCO) ปี 1985
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองอาวิญง (AVIGNON) (30กิโลเมตร) เมืองยุคกลางที่พระสันตะปาปาคลีเมนต์ที่ 5 แห่งโรมอพยพหนีความวุ่นวายทางการเมืองมาตั้งศูนย์กลางทางศาสนาขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 14 ปัจจุบันมีชื่อเสียงอย่างมากทางด้านศิลปะและบันเทิงจุดสนใจที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มาชมกันมาก คือ เมืองโบราณที่มีกำแพงล้อมรอบและช่วงเวลาที่มีผู้คนหลั่งไหลมามากที่สุด คือ ช่วงเดือนกรกฎาคม เนื่องจากเป็นช่วงเวลาแห่งเทศกาลดนตรี และการแสดง ซึ่งมีมากมายหลากหลายชนิด เพราะไม่ได้จำกัดเฉพาะ แค่ดนตรีคลาสสิกเท่านั้น
นำท่าน ชมเมืองที่ล้อมรอบด้วยกำแพงเมืองเก่าในยุคกลางที่ยังคงความงดงาม และคลาสสิกที่สุดจนได้รับการขนานนามว่า The Jewels of the Southern Rhone ปัจจุบันกำแพงเมืองล้อมรอบวังพระสันตะปาปาและสิ่งก่อสร้างยังคงไว้ซึ่งความสมบูรณ์ในอดีต จึงทำให้เมืองอาวิญงกลายเป็นสถานที่สำคัญของแคว้นโปรวองซ์ ดังเดิม…
...นำท่านเข้าชมพระราชวังของสันตะปาปา (PALAIS DES PAPES) ที่สร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิค และเคยเป็นที่ประทับขององค์พระสันตะปาปาถึง 10 พระองค์ แม้จะถูกทำลายไปจากการเกิด …เพลิงไหม้ในบางส่วนแต่ก็ได้รับการบูรณะ และกลับเป็นเหมือนดังเดิม …อิสระถ่ายรูปกับสะพานเซนต์เบเนเซ่ (Pont Saint-Bnzet) หรือสะพานแห่งเมืองอาวิญง (Pont d’Avignon) สะพานคอนกรีตโบราณขาดเหลือไม่ถึงครึ่ง ที่ใช้ในการข้ามแม่น้ำโรนน์ ปัจจุบันกลายเป็นเครื่องหมายการแบ่งแยกดินแดนของฝรั่งเศสกับคริสตจักรที่ไม่ราบรื่น เป็นสะพานที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกจากบทเพลง (ซูริ เลอ ปองต์ ดาวิญง) ที่โดดเด่นสะดุดตามากที่สุด..
นำท่านเดินเล่นชมเมืองอาวิญง...เมืองที่คงอนุรักษ์ศิลปะในยุคกลางไว้ได้อย่างดี ให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้า พื้นเมืองหรือเลือกนั่งดื่มกาแฟ ชมบรรยากาศของเมืองตามอัธยาศัย
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
ที่พัก GRAND HOTEL AVIGNONหรือเทียบเท่า 4 ดาว
*.*.*. หมายเหตุ : โรงแรมมีจำกัดหากเต็ม ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์พักเมืองข้างเคียง*.*.*.
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองแอ๊บบี้เดอซีนอคค์ (Abbaye de Snanque) (50 กิโลเมตร) อิสระถ่ายรูปด้านนอกกับสำนักสงฆ์เก่าที่ได้รับการก่อสร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่12 …
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านกอร์ด (Gordes) (10 กิโลเมตร) เมืองเก่าแก่ที่มากด้วยเสน่ห์น่าหลงใหล เป็นแหล่งผลิตไวน์ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง ลักษณะเมืองจะสร้างจากยอดเขาและปลูกลดหลั่นกันมาตามไหล่เขามีบ้านเรือนที่มีสถาปัตยกรรมที่สวยงามและบรรยากาศแบบชนบทดั้งเดิมของโพรวองซ์รอบนอกของหมู่บ้านนี้เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านหิน 6,000 ปี (Le village des Bories) หมู่บ้านหินเก่าแก่ที่สร้างด้วยการน่าหินมาวางเรียงรายโดยไม่ได้ใช้วัสดุเชื่อมใดๆความสวยงามและความเป็นเอกลักษณ์ทำให้ได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่สวยที่สุดในฝรั่งเศส (Les Plus Beaus Village de France)
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
บ่าย จากนั้นออกเดินทางสู่ เมืองบอนนิเยอ (Bonnieux) (20 กิโลเมตร) หนึ่งในหมู่บ้านที่สวยที่สุดในฝรั่งเศส (Les Plus Beaux Village de France) เป็นหนึ่งใน หมู่บ้านบนเนินเขาอันเก่าแก่ สร้างขึ้นบนที่ราบสูง ซึ่งท่านจะสามารถชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของหุบเขาเบื้องล่าง
...นำท่านเดินทางสู่ Chteau la Canorgue เพื่อชิมไวน์คุณภาพดี (Wine Tasting) โดยตั้งอยู่ที่ใจกลางอุทยานธรรมชาติประจำภูมิภาค Luberonในปี 1970 Jean-Pierre Marganผู้บุกเบิกด้านเกษตรอินทรีย์เริ่มต้นการดูแลไร่องุ่นและเริ่มผลิตไวน์คุณภาพสูงที่มีลักษณะเฉพาะตัว ถือเป็นกิจการของครอบครัวมากว่ากว่า 200ปี
จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่เมืองอาวิญง(AVIGNON) (55กิโลเมตร)
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
ที่พัก GRAND HOTEL AVIGNONหรือเทียบเท่า 4 ดาว
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่แหล่งปลูกลาเวนเดอร์(LAVENDER FIELD) ในเขตโพรวองซ์เป็นแหล่งปลูกที่ ใหญ่ที่สุดของประเทศฝรั่งเศสเป็นพื้นที่ในการจัดนิเทศกาลลาเวนเดอร์ทุกปี ให้ท่านชมทุ่งลาเวนเดอร์ที่กว้าง ใหญ่สุดลูกหูลูกตา ให้ท่านเก็บภาพความประทับใจอย่างเต็มอิ่ม หรือเลือกซื้อของฝากที่แปรรูปมาจากลาเวน เดอร์ *.*.*.มีเฉพาะช่วงกลางมิถุนายน-กลางสิงหาคม *.*.*.
นำท่านเดินทางสู่ เมืองเอ็กซ์อองโพรวองส์ (AIX EN PROVENCE) (100 กิโลเมตร) เมืองที่ขึ้นชื่อว่ามีความสวยงามที่สุดเมืองหนึ่งของฝรั่งเศส
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
นำท่านเดินทางสู่เมืองมาร์เซย(Marseille) (40กิโลเมตร) เป็นเมืองท่าที่สำคัญของประเทศฝรั่งเศส อาหารทะเลสด มีความสวยงามของธรรมชาติและสถาปัตยกรรม
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง
ที่พัก NH COLLECTION MARSEILLE HOTELหรือเทียบเท่า 4 ดาว
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเข้าชมมหาวิหารนอเทรอดาม เดอ ลา การ์ด (The Church of Notre-Dame de la Garde) ว่ากันว่า มหาวิหารแห่งนี้ศักดิ์สิทธิ์เรื่องการขอพรและถ้าอยากให้สัมฤทธิ์ผลโดยง่าย ชาวเมืองเชื่อกันว่า การเดินเท้าขึ้นไปสักการะจะขลังกว่า (น่าจะใช้เวลาอย่างน้อย 45 นาที) เมื่อก้าวเท้าเข้าไปในมหาวิหาร ทั้งสองฝั่งของโถงกลาง จะเต็มไปด้วยป้ายหินสลักชื่อพร้อมคำขอบคุณ บางคนนำสิ่งของมาสักการะแทน เราจึงจะได้เห็นภาพเขียนเก่าแก่ ของตกแต่งอย่างเรือไม้แกะสลัก รวมทั้งของมีค่าต่างๆ ประดับอยู่ทั่ว มหาวิหารนอเทรอดาม เดอ ลา การ์ด เป็น สถาปัตยกรรมแบบนีโอไบเซนไทน์ สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 18 บนยอดโดมมีรูปปั้นพระแม่มารีและพระบุตร สร้าง ขึ้นจากทองแดงและทองคำเปลว ภายในสวยงามเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเพดานที่เต็มไปด้วยลวดลายสุดวิจิตรบรรจง ข้อสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยว นี่คือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ จึงควรใช้เวลาอย่างเงียบสงบเพื่อแสดงความเคารพ วิวระดับ to die for 360 องศา มองเห็นได้รอบเมืองมาร์กเซยจากบริเวณมหาวิหารนอเทรอดาม เดอ ลา การ์ดคือที่สุดของหัวใจ เราจะได้เห็นความยิ่งใหญ่ของเมืองที่ไม่ได้มีตึกสูงแบบเมืองทันสมัย แต่เต็มไปด้วยบ้านเรือนหลังคากระเบื้องสีคุมโทนไปจนสุดลูกหูลูกตา …
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองคานส์ (CANNES) (180 กิโลเมตร) เมืองชายทะเลเล็กๆที่มีอากาศอบอุ่นตลอดทั้งปี และเป็นเมืองที่ใช้สถานที่ในการประกวดภาพยนตร์นานาชาติที่โด่งดังไปทั่วโลก…
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
บ่าย อิสระให้ท่านได้เก็บภาพกับ PALAIS DES FESTIVALS ที่ใช้เป็นสถานที่จัดงานประกวดภาพยนตร์และศูนย์ ประชุมนานาชาติ โดยรอบอาคารจะมีรอยฝ่ามือของบรรดาเหล่าศิลปินที่มีชื่อเสียงจากฮอลลีวู้ดมาประทับเอาไว้บน พื้นซีเมนต์ ผ่านชมวิวทิวทัศน์ของเมืองบริเวณถนนลากรัว เซต ย่านเดินเที่ยวริมทะเลที่ทันสมัยที่สุดในโลก เรียงรายไปด้วยทิวแถวของต้นปาล์ม ร้านบูติก และร้านค้ามีระดับ
...จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองนีซ (NICE) (40 กิโลเมตร)เมืองพักตากอากาศทางที่เรียกว่า เฟรนช์ริเวียร่า มีชายทะเลที่สวยงาม ซึ่งเริ่มกลายเป็นสถานตากอากาศยอดนิยมของคนอังกฤษและชาวยุโรปมาตั้งแต่สมัยวิคทอเรีย.......อิสระชมเมืองนีซ เมืองซึ่งอุดมไปด้วยสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมชั้นเยี่ยม ซากปรักหักพัง พิพิธภัณฑ์ ร้านเสื้อผ้า ตลาดกลางแจ้ง ภัตตาคาร ...อิสระถ่ายภาพกับโบสถ์นอร์ทเทรอดามของเมืองนีซ (BASILQUE NOTRE-DAME DE NICE) เป็นโบสถ์ที่ได้รับการออกแบบสไตล์โกธิคอย่างชัดเจน เคยถูกสร้างขึ้นใหม่จากโครงสร้างเดิมในปี ค.ศ. 1868 ออกแบบโดยสถาปนิก C. Lenormandเป็นโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดของเมืองและเป็นอาคารทางศาสนาแห่งแรกที่มีความทันสมัย ตั้งโดดเด่นสง่างามกลางถนนสายหลักในเมือง
อิสระช้อปปิ้งบริเวณจัตุรัสมาสเซนา (Place Massena) บริเวณที่เป็นจุดคมนาคมที่สำคัญแห่งหนึ่ง ที่เต็มไปด้วยร้านแฟชั่น และน้ำหอม อันเป็นที่ตั้งของห้างชื่อดัง Nice Etoile และ Galeries Lafayette …
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน
ที่พัก LE MERIDIEN HOTEL NICEหรือเทียบเท่า 4 ดาว
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านเอเซ่ (EZE VILLAGE) (15กิโลเมตร)มีประวัติศาสตร์นานตั้งแต่ศตวรรษที่ 10 และมีทัศนียภาพที่งดงามโอบล้อมไปด้วยทะเลเมดิเตอร์เรเนียนจึงกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง ..อิสระชมหมู่บ้านที่แสนจะน่ารัก อบอุ่น คึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวหลากหลายชาติ หมู่บ้านเล็กๆกะทัดรัดแต่แฝงด้วยเสน่ห์ในแบบของตัวเองที่ท่านไม่ควรพลาดมาเยือน หากได้มาเยือนแถบนี้ …
จากนั้นนำท่านทางสู่ ประเทศ โมนาโค (Monaco) (10 กิโลเมตร)ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางท้องทะเลอันงดงามผ่านชมมหาวิหารเซนต์นิโคลัส ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1875 ที่เคยใช้จัดงานพระราชพิธีอภิเษกสมรสของเจ้าหญิงเกรซเคลลี ราชธิดาแห่งโมนาโค…
จากนั้นอิสระให้ท่านชมวิวทิวทัศน์ที่ขนาบด้วยท่าจอดเรือยอร์ชอันหรูหราซึ่งแสดงถึงความมั่งคั่งและร่ำรวยของดินแดนแห่งนี
นำท่าน ถ่ายภาพภายนอกกับปาเลเดอแปรงซ์ (PALAIS DE PRINCES) ปราสาทที่ประทับของเจ้าชายแห่งรัฐ
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองมองเตคาร์โล (MONTE CARLO) เมืองใหม่ที่ตั้งอยู่ทางตอนปลายของฝรั่งเศส ...นำท่านถ่ายภาพกับความหรูหราของคาสิโนแห่งมองเตคาร์โล ซึ่งปัจจุบันเป็นแหล่งเศรษฐกิจที่สำคัญของเมือง
...จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองมองตอง (MONTON) (10 กิโลเมตร)เมือที่ได้รับการขนานนามว่าPearl of France หรือ ไข่มุกแห่งฝรั่งเศส และได้รับการยอมว่าเป็นเมืองที่สวยที่สุดของริเวียร่าฝรั่งเศส ..เมืองพรมแดนฝรั่งเศส อิตาลี ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นของอิตาลีโดยเมืองมองตองถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในคริสต์ศตวรรษที่ 11 จากการตั้งถิ่นฐานของชาวอิตาลี แต่ต่อมากลายเป็นของฝรั่งเศสในช่วงนโปเลียนที่3 เป็นเมืองที่มีอากาศดีจึงเป็นแหล่งปลูกมะนาวที่สำคัญของฝรั่งเศสและทุกๆปีจะมีการจัดงานเกี่ยวกับมะนาวถือเป็นงานที่สำคัญของเมืองแห่งนี้ นำท่านถ่ายรูปบริเวณชายหาดและท่าเรือจุดจอดเรือยอชซึ่งเป็นจุดที่ท่านสามารถเก็บภาพบรรยากาศของเมืองเมืองได้ทั้งหมด ...
.จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองเจนัว (GENOA) (180กิโลเมตร)หนึ่งในเมืองใหญ่ของอิตาลี ทั้งยังเป็นรัฐอิสระที่ตั้งอยู่ที่ลิกูเรีย ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของฝั่งทะเลอิตาลีที่มีความรุ่งเรืองมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 11 และด้วยสภาพภูมิประเทศที่เหมาะสมต่อการเดินเรือนี่เอง จึงส่งผลให้เมืองเจนัวกลายเป็นเมืองท่าที่สำคัญริมฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนทางฝั่งตะวันตกของอิตาลี …
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
ที่พัก THE BRISTOL HOTELหรือเทียบเท่า 4 ดาว
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองลาสเปเซีย (La Spezia) (100กิโลเมตร) เมืองท่าที่เป็นประตูสู่ 5 หมู่บ้านริมทะเลที่สวยที่สุดในโลก...
จากนั้นนำท่านนั่งรถไฟสู่หมู่บ้านชิงเกว่แตร์เร (CINQUE TERRE) หมู่บ้านเล็กๆที่ตั้งอยู่บน ชายฝั่งริเวียร่าของอิตาลี CINQUE TERRE มีความหมายว่า ห้าดินแดน(FIVE LANDS) ประกอบด้วยหมู่บ้าน 5 แห่งได้แก่ VERNAZZA,MANAROL, RIOMAGGIORE , CORNIGLIA. MONTEROSSO AL MARE โดยทั้งห้าหมู่บ้านนี้มีหุบเขาล้อมรอบประกอบกันเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติฯ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกด้วย (UNESCO) เรานำท่านชมหมู่บ้านเพียงบางส่วน เช่น หมู่บ้าน RIOMAGGIORE ,หมู่บ้าน VERNAZZA , หมู่บ้าน MANAROLA
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
บ่าย นำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองเจนัว(GENOA) (100กิโลเมตร)
ที่พัก THE BRISTOL HOTELหรือเทียบเท่า 4 ดาว
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ Serravalle Designer Outlet (60กิโลเมตร) เต็มไปด้วยร้านค้าใน Serravalle มีทั้งหมดกว่า 180 ร้าน สินค้าแฟชั่นแบรนด์อิตาลีและแบรนด์เนมระดับโลกอื่นๆ เช่น Gucci, Burberry, Prada,Benetton, Armani, Nike, Adidas, Michael Kors, Calvin Klein เป็นต้น อีกทั้งยังมีร้านอาหาร และคาเฟ่หลากหลายให้เลือกใช้บริการอีกด้วย
เที่ยง *.*.*. อิสระรับประทานอาหารกลางวันตามอัธยาศัย *.*.*. (คืนเงินให้ท่านละ 30 ยูโร)*.*.*.เพื่อความสะดวกในการช้อปปิ้ง
บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองมิลาน (MILAN) (100กิโลเมตร) เมืองสำคัญในภาคเหนือของประเทศอิตาลี ตั้งอยู่ในแคว้นที่ราบลอมบาร์ดีเป็น เมืองที่มีชื่อเสียงในด้านแฟชั่นและศิลปะ ซึ่งมิลานถูกจัดให้เป็นเมืองแฟชั่นในลักษณะเดียวกับ นิวยอร์ก ปารีส ลอนดอน และ โรม …
จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ลานจัตุรัสบริเวณมหาวิหารแห่งมิลานหรือมิลานดูโอโม (DUOMO) สัญลักษณ์ที่โดด เด่นที่สุดของเมืองซึ่งมีขนาดใหญ่โตมโหฬาร สร้างขึ้นด้วย หินอ่อนสีขาวในศิลปะแบบโกธิคใช้เวลาสร้างนานกว่า 500 ปีปัจจุบันเป็นโบสถ์แคธอล์ลิกที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลกและเป็นมหาวิหารใหญ่อันดับ 4 ของโลก สูง 157 เมตรกว้าง 92 เมตรเริ่มสร้างในปีค.ศ. 1386 ใช้เวลาก่อสร้าง นานถึง 500 ปีชมความงดงามยอดปราสาทที่มี ปลายยอดแหลมกว่า 135 ยอด อิสระให้ทุกท่านช้อปปิ้งเลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัย
...นำท่านเดินทางสู่ สนามบิน เพื่อเดินทางสู่ ประเทศไทย
22:20 น. ออกเดินทางสู่ ประเทศไทย โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK092 / EK372
*.*.*.แวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินดูไบ 0625-0940 *.*.*.
19:15 น. **เวลาท้องถิ่น**เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ
.jpg)
99/387 พาร์คแลนด์เพชรเกษม-ท่าพระ ถนนเพชรเกษม แขวงวัดท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร 10600
แผนที่บริษัท คลิก Google Map
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา