| วันเดินทางไป - กลับ | ผู้ใหญ่ท่านละ | พักเดี่ยวเพิ่มเงิน | ราคาเด็กท่านละ | |
|---|---|---|---|---|
| 16 ต.ค. 69 - 25 ต.ค. 69 | 139,900 บาท | 25,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 30 ต.ค. 69 - 08 พ.ย. 69 | 139,900 บาท | 25,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 20 พ.ย. 69 - 29 พ.ย. 69 | 139,900 บาท | 25,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 18 ธ.ค. 69 - 27 ธ.ค. 69 | 154,900 บาท | 29,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 26 ธ.ค. 69 - 04 ม.ค. 70 | 154,900 บาท | 29,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 25 ก.พ. 70 - 06 มี.ค. 70 | 139,900 บาท | 25,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 18 มี.ค. 70 - 27 มี.ค. 70 | 139,900 บาท | 25,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 08 เม.ย. 70 - 17 เม.ย. 70 | 154,900 บาท | 29,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 28 เม.ย. 70 - 07 พ.ค. 70 | 154,900 บาท | 29,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 20 พ.ค. 70 - 29 พ.ค. 70 | 139,900 บาท | 25,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 27 พ.ค. 70 - 05 มิ.ย. 70 | 139,900 บาท | 25,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 20 มิ.ย. 70 - 29 มิ.ย. 70 | 139,900 บาท | 25,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 29 ก.ค. 70 - 07 ส.ค. 70 | 139,900 บาท | 25,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 16 ก.ย. 70 - 25 ก.ย. 70 | 139,900 บาท | 25,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 20 ต.ค. 70 - 29 ต.ค. 70 | 139,900 บาท | 25,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 11 พ.ย. 70 - 20 พ.ย. 70 | 139,900 บาท | 25,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 19 ธ.ค. 70 - 28 ธ.ค. 70 | 154,900 บาท | 29,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 27 ธ.ค. 70 - 05 ม.ค. 71 | 154,900 บาท | 29,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
17:00 น. พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 เคาน์เตอร์สายการเอมิเรตส์ (EK) พบกับเจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยอำนวยความสะดวกแก่ท่าน
20:35 น. ออกเดินทางสู่ เมืองแฟรงก์เฟิร์ต(Frankfurt) ประเทศเยอรมนี โดยสายการบินเอมิเรตส์เที่ยวบินที่ EK373/EK045
*** แวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินดูไบ0050-0320***
07:35 น. ***เวลาท้องถิ่น*** เดินทางถึง สนามบินเมืองแฟรงก์เฟิร์ต (Frankfurt) ประเทศเยอรมนี ...หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรเรียบร้อยแล้ว….
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองโคเบลนซ์ (Koblenz) (138 กิโลเมตร) เมืองโบราณที่ถูกสร้างขึ้น 8 ปีก่อนคริสตกาล โดยจักรพรรดินีโร หรือที่รู้จักในชื่อนีโรจอมโหด ซึ่ง มีชื่อเต็มใหม่ว่า นีโร คลอดิอุส ซีซาร์ดรุสซุส (Nero Claudius Caesar Drusus) ตั้งอยู่ตรงปากแม่น้ำซึ่งเป็นที่บรรจบกันของแม่น้ำ 2 สาย คือแม่โมเซล (Moselle River) และแม่น้ำไรน์ (Rhine River) ซึ่งต่อมาในปี 1992 ....
...นำท่าน นั่งกระเช้าสู่ป้อมเอียเรียนบรายทชไตน์ (Ehrenbreitstein Fortress)(10กิโลเมตร) ป้อมปราการรูปสามเหลี่ยมที่มีผนังหนากว่า 20 ฟุตถูกสร้างขึ้นโดยรัสเซียในต้นศตวรรษที่ 19 ในช่วงระหว่างปี 1817-1832 ป้อมปราการถูกใช้รักษาพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำไรน์และแม่โมเซล ปัจจุบันถือว่าเป็นอีกหนึ่งป้อมปราการที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์มากแห่งหนึ่งของประเทศ / ชมมุมแห่งเยอรมนี (DeutschesEck) / ชมพระบรมรูปทรงม้าสง่างามของจักรพรรดิวิลเฮล์มที่ 1 ประดิษฐานเมื่อปี ค.ศ. 1897 แต่ถูกทำลายในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แล้วสร้างขึ้นมาใหม่ในปีค.ศ. 1993 …
นำท่านเดินทางสู่ที่ตั้งของปราสาทเอลทส์(Eltz Castle) (50กิโลเมตร) เพื่อเข้าชมภายในปราสาทซึ่งมีการตกแต่งและเก็บรักษาดูแลข้าวของเครื่องใช้อาวุธสมัยยุคกลางไว้ได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด *.*.*. หมายเหตุ : ปราสาท Eltz Castle เปิดให้เข้าชมตั้งแต่ปลาย 1 เม.ย. – ปลายตุลาคม ของทุกปี*.*.*. (ปราสาทนี้สวยมาก ท่านจะได้พบกับปราสาทในยุคกลางที่คงความสมบูรณ์ที่สุดในยุโรป (เป็น 1 ใน 3 ปราสาทที่สวยที่สุดในเยอรมัน)ถูกสร้างขึ้นในยุคกลาง มีอายุเกือบ 1,000ปี โดยสร้างครั้งแรกปี ค.ศ.1157 และไม่เคยถูกทำลายจากภัยของสงครามเลยและถือเป็นปราสาทที่เก่าแก่และสมบูรณ์ที่สุดในประเทศ...
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
บ่าย ...นำท่านเดินทางสู่เมืองโคกเฮม(Cochem) (30กิโลเมตร)เมืองเล็กๆที่แสนโรแมนติกแห่งหนึ่งในหุบเขาในนด์ฟาลซ์ (เป็น 1 ใน 10 หมู่บ้านที่สวยที่สุดในเยอรมัน)อิสระเดินเล่นชมเมืองที่พื้นที่ส่วนใหญ่ของเมืองแห่งนี้เป็นแม่น้ำและเทือกเขาน้อยใหญ่สลับสับเปลี่ยนกันการปลูกบ้านเรือนและอาคารต่างๆ ตามแนวสันเขา…
...นำท่านขึ้นชมวิวเมือง ณ ปราสาทไรสบวร์ก (Reichsburg CASTLE)ปราสาทที่มีอายุเกือบ 1,000ปี เป็นสัญลักษณ์ของเมืองที่รายล้อมไปด้วยไรองุ่นที่มีพื้นที่มากถึง 80,000 ไร่ และมีแม่น้ำโมแซล (Mosselle river) ไหลผ่านใจกลางเมือง
นำท่านเดินทางสู่เมืองบิสสไตน์ (Beilstein) (12กิโลเมตร) เมืองเล็กๆริมน้ำโมเซลบางครั้งก็รู้จักกันในชื่อ Rothenburgob der Tauber ขนาดจิ๋วหรือ Dornrschen der Mosel เจ้าหญิงนิทราแห่ง Moselle ใกล้กันท่านจะได้พบกับปราสาท Hohenbeilsteinปราสาทนี้เชื่อกันว่ามีอายุย้อนไปถึงศตวรรษที่ 12 และถูกทำลายโดยกองทหารฝรั่งเศสในปี 1689 ขณะที่อยู่ภายใต้กรรมสิทธิ์ของตระกูลเมทเทอร์นิช ปัจจุบัน เหลือเพียงฐานรากของกำแพงปราสาทเท่านั้น
นำท่านเดินทางสู่เมืองเทียร์ (Trier) (90กิโลเมตร) ตั้งขึ้น 16 ปีก่อนคริสตกาล และในช่วงต้นศตวรรษที่3 ยังได้รับการสถาปนาเป็นโรมที่สองอีกด้วยและยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก (Unesco)
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
ที่พัก MERCURE HOTEL TRIER PORTA NIGRA หรือเทียบเท่า 4 ดาว
***หมายเหตุ : โรงแรมมีจำกัด หากโรงแรมเต็มทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์เปลี่ยนเป็นเมืองใกล้เคียง***
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านถ่ายรูปกับประตูโรมัน พอร์ทา นีกา (Porta Nigra)ถูกสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 2 ถือเป็นประตูโรมันมี่ เก่าแก่และมีขนาดใหญ่ที่สุดในทางตอนเหนือของเทือกเขาเอล์ป/ ชมและถ่ายรูปด้านอกกับมหาวิหารเทียร์(Trier Cathedral) เป็นมหาวิหารที่สำคัญที่สุดและมีความเก่าที่สุดแห่งหนึ่งในเยอรมันถูกสร้างตั้งแต่ช่วงสมัยโรมันปัจจุบันถือเป็นโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองเทียร์อีกด้วย
...นำท่านเดินทางสู่เมืองสตราสบูร์ก (Strasbourg) (250กิโลเมตร) เป็นเมืองแห่งความโรแมนติค และเมืองหลวงของแคว้นอัลซาส (Alsace)ประเทศฝรั่งเศส เมืองที่มีความสวยงามเมืองหนึ่งของยุโรป ซึ่งเมื่อท่านเดินทางมาแถบลุ่มแม่น้ำไรน์ไม่ควรพลาดเด็ดขนาด เมืองขนาดกลางแห่งนี้มีย่านเมืองเก่าทางประวัติศาสตร์ที่รู้จักกันในนาม la Petite France (ปารีสน้อย) …
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารไทย
บ่าย ...นำท่านถ่ายรูปกับมหาวิหารนอร์ทเทอดาม(Strasbourg Cathedral)ได้รับการยกย่องให้เป็นมหาวิหารที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรปและมียอดโดมสูงที่สุดในยุโรปตะวันตก อีกด้วยออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิค สร้างด้วยหินทรายสีชมพูทั้ง หลังโดยสร้างขึ้นในช่วงกลางถึงปลายศตวรรษที่ 12 ใช้เวลาในการก่อสร้างนานกว่า 260 ปีตัววิหารมีการรวบรวมรูปแบบการก่อสร้างที่งดงามหลายส่วนรวมถึงรูปแกะสลักต่างๆ ช่วงยุคกลาง ...
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง เมนู หอยเอสคาโก้
ที่พัก HILTON STRASBOURG HOTEL หรือเทียบเท่า 4 ดาว (พัก 2คืน)
***หมายเหตุ : โรงแรมมีจำกัด หากโรงแรมเต็มทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์เปลี่ยนเป็นเมืองใกล้เคียง***
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
...จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองกอลมาร์ (COLMAR) (80กิโลเมตร) เมืองที่ถูกจัดอันดับ 1ใน 10เมืองโรแมนติกที่สุดในโลก ได้รับการขนานนามว่าเวนิสน้อย (LA PETITE VENISE) ตั้งอยู่บนเส้นทางไวน์ของอัลซาสและยังเป็นบ้านเกิดของศิลปินเฟรดเดริก โอกุสต์ บาร์ตอลดี ผู้ออกแบบเทพีเสรีภาพ …อิสระให้ทุกท่านเดินเล่นตามอัธยาศัย หรือเลือกซื้อสินค้าของที่ระลึกตามอัธยาศัย …
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
บ่าย นำท่านเดินทางสู่หมู่บ้านเอกิซไฮม์ (Equisheim) (10กิโลเมตร) หมู่บ้านที่สวยที่สุดในประเทศฝรั่งเศส และได้ขึ้นชื่อว่าเป็น Typical Villageมีชื่อเสียงเรื่องการผลิตไวน์ บ้านเรือนเป็นแบบกึ่งไม่กึงปูนแบบสมัยในยุคกลางกว่า70 หลัง พื้นที่กว่า 600ไร่ ให้ท่านเดินชื่นชมบรรยากาศ บ้านเรือนตามอัธยาศัย …
ออกเดินทางสู่เมืองริคเวีย (Riquewihr) (20กิโลเมตร) แหล่งปลูกไวน์ชั้นเลิศของแคว้นอาลซาสและเป็นหนึ่งใน Les Plus Beaux Village de France หรือหมู่บ้านที่สวยที่สุดในฝรั่งเศส นำท่านเดินชมบ้านเรือนที่อยู่ในหุบเขา ล้อมรอบไปด้วยไร่องุ่นที่ไว้สำหรับทำไวน์ โดยเฉพาะช่วงเดือน เม.ย-พ.ย. จะเห็นต้นองุ่นที่ถูกปลูกสวยงามยิ่งนัก …อิสระเดินเล่นชมเมือง ร้านเรือนที่มีสีสันสวยงามล้อมรอบไปด้วยไร่องุ่น มีตรอกซอกซอยร้านค้า ร้านไวน์ ร้านกาแฟ ให้ท่านเลือกนั่งจิ๊บไวน์หรือกาแฟ หรือเลือกซื้อไวน์ที่มีชื่อเสียง ...อิสระให้ท่านเดินถ่ายรูป
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองสตราสบูร์ก(Strasbourg) (80กิโลเมตร)
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
ที่พัก HILTON STRASBOURG HOTEL หรือเทียบเท่า 4 ดาว
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
ออกเดินทางสู่เมืองเจนเก้นบาค (Gengenbach) (45 กิโลเมตร)อัญมนียุคกลางที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดีตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเยอรมนีเป็นเมืองที่มีความสวยงามตามแบบฉบับของเมืองเยอรมันแบบดั้งเดิมจึงได้รับเลือกให้เป็นฉากหลังในภาพยนตร์เช่น Charlie and the Chocolate Factoryมีถนนสายหลักสามสาย Hauptstrase, Adlergrasseและ Victor KretzStraseตรอกซอกซอยเล็กๆ เริ่มต้นจากถนนทั้งสามแห่งนี้ซึ่งสามารถเดินทางได้ด้วยการเดินเท้าหรือขี่จักรยานเท่านั้นซึ่งจะทำให้มีความสงบมากขึ้น ..อิสระท่านเดินเล่นชมเมืองตามอัธยาศัย …
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองไฟรบวร์กอิมไบรส์เกา (Freiburg im reisgau) (80กิโลเมตร)คืออีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงทางด้านการท่องเที่ยวมากเมืองหนึ่งของประเทศเยอรมนี
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
บ่าย ชมโบสถ์ Freiburg Muenster โบสถ์ใหญ่ประจำเมืองที่ใช้เวลาสร้างนานถึง 313 ปีมีความสูงถึง 116 เมตร โบสถ์นี้รอดพ้นจากการทิ้งระเบิดของฝ่ายสัมพันธมิตรในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้อย่างเหลือเชื่อ ทั้งที่ตัวเมืองถูกทำลายลงถึง 90% / อิสระเดินเล่นถนนที่สวยสุดของเมืองที่เรียกว่า Konviktstrasseมีร้านค้ามากมายมีไม้เลื้อยขึ้นตามบ้าน ทำให้ถนนเส้นนี้น่ารักยิ่งขึ้นไปอีกละถือเป็นไฮไลท์ของเมืองแห่งนี้คือรางน้ำเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ริมถนนเกือบทุกเส้นในเมือง สร้างขึ้นในสมัยยุคกลางเป็นที่ระบายของเสีย ดับไฟ และใช้ป้องกันไม่ให้ไฟลามตอนเกิดไฟไหม้ และให้สัตว์ได้ดื่มกิน ปัจจุบันกลายเป็นสัญลักษณ์ของเมืองและเป็นที่นั่งเล่นของเด็กๆในฤดูร้อน
ออกเดินทางสู่ เมืองทิทิเซ่ (TITISEE) (40กิโลเมตร) เขตป่าดําตอนใต้(SOUTH BLACKFOREST) เมืองเล็กๆอยู่ท่ามกลางป่าสนอันอุดมสมบูรณ์และทะเลสาบสุดสวย…
ชมทะเลสาบที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ ทะเลสาบทิทิเซ่ (TITISEE LAKE) ทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในป่าดํามีความยาว 2 กิโลเมตร และมีความกว้าง 700 เมตร ผ่านบริเวณนี้ ท่านจะได้พบกับยอดเขาที่สูงที่สุดในป่าดํานั่นคือ ยอดเขา FELDBERG ซึ่งความสูงถึง 1500 เมตร ..ท่านจะได้พบกับความสวยงามของธรรมชาติที่ห้อมล้อมทะเลสาบแห่งนี้ซึ่งถือเป็นหนึ่งในทะเลสาบที่สวยติดอันดับในทวีปยุโรปอีกด้วย แล้วอิสระเลือกซื้อหรือชม นาฬิกากุ๊กกู เป็นของฝากหรือเลือกซื้อสินค้าที่ระลึกตามอัธยาศัย …
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
ที่พัก MARITIM HOTELTITISEE HOFGUT STERNEN HOTELหรือเทียบเท่า 4 ดาว
***หมายเหตุ : โรงแรมมีจำกัด หากโรงแรมเต็มทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์เปลี่ยนเป็นเมืองใกล้เคียง***
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
...นำท่านเดินทางสู่เมืองร๊อตไว (Rottwei) (65กิโลเมตร) รัฐอิสระกว่า 600ปี เมืองนี้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ในสมัยที่กองทัพโรมันเดินทางผ่านเส้นทางแถบนี้ เมื่อสงครามจบก็เริ่มก่อตั้งปักถิ่นฐานเป็นที่อยู่อาศัยและขยับขยายจนเป็นเมืองในปัจจุบัน และได้รับการยอมรับเป็นเมืองแห่งแรกในประวัติศาสตร์ของรัฐนี้ …
อิสระเดินเล่นชมบ้านเรือนสีสันลูกกวาดสุดน่ารัก และยังมีรูปปั้นสุนัขไปทั่วเมืองเพราะเมืองนี้เป็นต้นกำเนิดของสุนัขพันธุ์ร็อตไวเลอร์ (Rottweiler) ที่เป็นที่รู้จักและโด่งดังไปทั่วโลกในด้านพละกำลังและความดุดัน ซึ่งตั้งแต่โบราณสุนัขพันธุ์นี้มีความสำคัญอย่างมากต่อชาวเมืองในการใช้ขนของหรือลากรถเพื่อนำสินค้าและเครื่องอุปโภคบริโภคขึ้นมาบนเมืองนี้ ที่นี่จึงมีพิพิธภัณฑ์บอกเล่าประวัติและข้อมูลสำคัญของสุนัขพันธุ์นี้ตั้งอยู่ด้วย
...จากนั้นนำท่านเข้าชมด้านในปราสาทโฮเฮนโซลเลิร์น (Hohenzollen Castle) (40กิโลเมตร)เป็น 1 ใน 8 ปราสาทเทพนิยายของประเทศเยอรมัน ตั้งตระหง่านอยู่เหนือชนบทของ Zollemalbความสูง 855 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ปราสาทแห่งนี้เป็นบ้านของราชวงศ์โฮเฮนโซลเลิร์นมาตั้งแต่เริ่มก่อสร้างในศตวรรษที่ 11 ต่อมาได้ถูกทำลายลงในปี ค.ศ.1423 และสร้างขึ้นใหม่ถึงสองครั้ง โดยรูปแบบปัจจุบันเป็นผลงานจากสมัยศตวรรษที่ 19 ตอนปลาย ปราสาทแห่งนี้เคยเป็นที่พำนักประจำของราชวงศ์รัสเซียและเป็นอนุสรณ์สถานสำหรับราชวงศ์โฮเฮนโซลเลิร์น ในปัจจุบันมีการปรับใช้ปราสาทให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น โดยเป็นทั้งโรงละครแบบเปิด สถานที่จัดคอนเสิร์ต ปัจจุบัน แต่ละปีมีมีผู้คนมาเยี่ยมชมปราสาทแห่งนี้ไม่ต่ำกว่าปีละ 300,000 คน จึงเป็นหนึ่งในปราสาทที่มีคนมาเยี่ยมชมอันดับต้นๆ ของประเทศเยอรมัน
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
บ่าย นำท่านเดินทางสู่เมืองเอสลิงเก้น อัม เน็คคาร์ (Essingen an Neckar) (145กิโลเมตร) เมืองริมฝั่งแม่น้ำเน็คคาร์ เป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรโรมัน ทำให้ขนาดเมืองนี้ค่อนข้างใหญ่ โดยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมหลายประเภท เช่น สิ่งทอ อาหาร เหล็ก .../ ชม St.Agnes Bridge สะพานข้ามคลองที่สร้างขึ้นในปีค.ศ.1893 โดยถือว่าจุกนี้เป็นสัญลักษณ์ของเมืองแห่งนี้ / ชม Church of St.Dionysโบสถ์ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 13
...นำท่านเดินทางสู่ เมืองชตุตการ์ต (Stuttgart) (75กิโลเมตร) ต้นกำเนิดของรถยนต์ในยุคแรกๆ มีบริษัทรถยนต์ที่มีชื่อเสียงเช่น เมอร์เซเดส-เบนซ์ ,พอร์เช่ ,มายบัค รวมถึงรถต้นแบบคันแรกของโฟล์คสวาเกน
ชมจัตุรัสลอสส์พลาทซ์ (Schlossplatz) เป็นจัตุรัสที่ใหญ่ที่สุดในสตุทท์การ์ท ปัจจุบันจัตุรัสกลางแห่งนี้มีอาคารประวัติศาสตร์ล้อมรอบ มีอนุสาวรีย์กระจายอยู่ทั่วไป มีการออกแบบที่สมมาตร โดยมีสนามหญ้าหลายแห่งตัดกับทางเดินกว้าง ตรงกลางมีอนุสาวรีย์แห่งชัยชนะที่เป็นเสาสูง ซึ่งประดับด้านบนด้วยรูปปั้นคองคอร์เดียเคลือบทอง ด้านข้างอนุสาวรีย์มีน้ำพุประดับทั้งสองข้าง ซึ่งน้ำพุนี้เป็นจุดไฮไลท์ของจัตุรัสแห่งนี้ที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมา...
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน
ที่พัก PARK INN BY RADISSON STUTTGART HOTEL (SUPERIOR ROOM) หรือเทียบเท่า 4 ดาว
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เมืองเบอซิกไฮม์ (Besigheim)(35 กิโลเมตร) เมืองไวน์ที่สวยที่สุดของเยอรมนีเป็นเมืองเก่ายุคกลาง มีถนนแคบๆให้เดินเล่นขึ้นไปยังสันเขาซึ่งถูกล้อมรอบด้วยแม่น้ำสามด้าน /ชมศาลาว่าการเมืองซึ่งถูกสร้างเมื่อปี 1459 นั่นคือมีอายุประมาณหกร้อยปี ...อิสระท่านเดินเล่นชมเมืองตามอัธยาศัย
...นำท่านเดินทางสู่เมืองบาดวิมเฟน(Bad Wimpfen) (35 กิโลเมตร) ตั้งอยู่ริมฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเนคคาร์ (River Neckar) ปัจจุบันเมืองบาด วิมเฟนได้กลายเป็นศูนย์รวมของสถาบันสปาต่างๆ รวมไปถึงเหล่าอาคารบ้านเรือนที่มีความโดดเด่นทางด้านสถาปัตยกรรม ไม่ว่าจะเป็น อาคารศาลาว่าการเมือง โบสถ์ หอคอย โรงแรม พิพิธภัณฑ์ รวมไปถึงเหล่าอาคารบ้านเรือนที่สร้างในแบบโบราณ ซึ่งปัจจุบันยังคงได้รับการอนุรักษ์เอาไว้เป็นอย่างดี
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
บ่าย ...จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่เมืองไฮเดลเบิร์ก(Heidelberg)(60กิโลเมตร) ตั้งอยู่ในรัฐ baden-Wurttemburgทางใต้ของแฟรงค์เฟิร์ตเป็นเมืองที่มีบรรยากาศสวยงามริมฝั่งแม่น้ำเน็คคาร์ (Neckar) โดยมีปราสาทไฮเดลเบิร์กตั้งอยู่บนเชิงเขา
นำท่าน เข้าชมปราสาทไฮเดลเบิร์ก (Heidelberger Schloss)ซึ่งตั้งอยู่บนเขาแบร์กบาห์น ปราสาทแห่งนี้ใช้เวลาสร้างนานถึง 400 ปีจึงเสร็จสมบูรณ์ สถาปัตยกรรมที่เห็นจึงมีหลากหลายตามยุค โดยเริ่มก่อสร้างจากยุคโกธิค ในศตวรรษที่ 12 โดยพระเจ้ารูเพรชท์ที่ 3 ปราสาทได้รับความาเสียหายในปี 1622 ซึ่งอยู่ในช่วงสงคราม30ปีและมาถูกเผาทำลายถึง 2 ครึ่งในปี 1689และ 1693 ในสงครามกับฝรั่งเศส จึงเหลือตาซากปรักหักพัง และได้การยอมรับว่านี้คือซาก ปรักหักพังของปราสาทที่สวยงามที่สุดในโลก นำท่านชมวิวจากจุดชมวิวบนตัวปราสาท ท่านจะมองเห็นเมือไฮเดลเบิร์กได้อย่างสวยงาม…ชมเก็บถังไวน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยขนาดความจุราว 222,000ลิตร
ชมรูปปั้นลิง บนตัวสะพานที่มีความเชื่อว่าหากได้มาสัมผัสรูปปั้นลิงนี้จะได้กลับมาเยือนอีกครั้งหนึ่ง / เดินเข้าสู่จัตุรัสมาร์คพลัทซ์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของโบสถไฮลิกไกสท์เคียร์เค่อ โบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 14 เป็นศิลปแบบโกธิค …
ค่ำ รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคารอาหารไทย
ที่พัก HEIDELBERG MARRIOTT HOTELหรือเทียบเท่า 4 ดาว
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมืองชเวบิชฮาล (Schwabisch hall) (120กิโลเมตร) ตั้งอยู่ที่ราบระหว่างหุบเขา โดยชื่อเมืองที่มีคำว่า Hall ต่อท้ายนั้น มีที่มาจากวิธีการผลิตเกลือที่อยู่ใต้ดินด้วยการใช้ความร้อนซึ่งเป็นที่แพร่หลายอย่างมากในช่วงยุคกลาง / ชมบ้านเรือนยุคกลางศิลปะแบบ Half-Timbered ที่ตั้งเรียงกันตามแนวแม่น้ำ Kocher ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของเมืองแห่งนี้ …
...นำท่านเดินทางสู่ เมืองดิงเกลส์บูล (Dinkelsbhl) (70กิโลเมตร) เมืองท่องเที่ยวที่เก่าแก่แห่งแคว้นบาวาเรีย (Bavaria) ของประเทศเยอรมนี (เป็น 1 ใน 10 หมู่บ้านที่สวยที่สุดในเยอรมัน) ส่วนใหญ่มักถูกล้อมรอบด้วยกำแพงและอาคารเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่สมัยยุคกลาง ด้วยสีสันและศิลปะในการก่อสร้างอาคารบ้านเรือน …
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
บ่าย ชมโบสถ์เซนต์จอร์จ (Saint George’s Cathedral) โบสถ์คริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 15 โดยตัวโบสถ์นั้นออกแบบโดย Nikolaus Eseleซึ่งถือว่าเป็นโบสถ์ในแบบสไตล์โกธิคที่สวยงามอีกแห่งของเมือง/ชมภาพเขียนรูปพระเยซูถูกตรึงไม้กางเขนฝีมือ มิคาเอลโวลเกอมุท (Michael Wolgemut)ที่อยู่เหนือแท่นบูชาที่สร้างในปี ค.ศ.1892 / ชมย่านไวน์มาร์ค (Weinmarkt) ซึ่งเป็นตึกเก่าเรียงตัวกันอยู่ 5 หลัง มีสีสันตัดกันตั้งแต่สีส้ม สีเขียว สีแดง สีเหลือง ซึ่งการทาสีบ้านในเมืองนี้เน้นการทาสีเดียว (single color) และเขียนชื่อธุรกิจไว้หน้าบ้านด้วยตัวหนังสือแบบลายมือ (calligraphy letter) ในสีเอิร์ธโทน (earth tone) นอกจากตามหน้าต่างจะมีการประดับด้วยกระถางไม้ดอกสีสดใสแข่งขันชูช่อออกดอกบานสะพรั่งแล้ว อีกเอกลักษณ์สำคัญของอาคารเก่าก็คือ หลังคาสีแดงสดที่เหมือนกันไปหมดทั้งเมือง ในส่วนของจุดเด่นของอาคารแถบนี้คงเป็นที่หน้าจั่วแบบขั้นบันได โดยตึกสีส้มที่อยู่ตรงหัวมุมจะมีลักษณะพิเศษเพิ่มนอกจากหน้าจั่วแล้วยังมีโดมเล็กๆ อยู่ด้านบนอีก ปัจจุบันเป็นโรงแรมที่ชื่อว่า อัลเดอร์เมนอินน์ (Aldermen’s Inn) ว่ากันว่าที่นี่เคยเป็นที่ประทับของบุคคลสำคัญๆ เช่น จักพรรดิ์คาร์ลที่ 5 (Emperor Karl V) เมื่อปี ค.ศ.1546 และกษัตริย์กุสตาฟอดอล์ฟ แห่งสวีเดน เมื่อปี ค.ศ.1632
จากนั้นนำท่านเดินสู่เมืองโรเธนเบิร์กออบเดียร์ เทาเบอร์ (Rothenburgob der Tauber)(170กิโลเมตร) เมืองเก่าแก่ของจักรวรรดิฟรังค์ในเขตบาวาเรีย (Bavaria) ซึ่งปัจจุบันกลายมาเป็นจุดหมายปลายทางที่ สำคัญของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก เพราะได้รับการยอมรับว่าเป็นเมืองในยุคกลางที่สวยที่สุดในเยอรมัน
...นำท่านเดินชมเมืองโบราณ ที่ตั้งอยู่ภายในวงล้อมของกำแพงเมืองถือว่าเป็นเมืองที่ค่อนข้างมีประวัติศาสตร์อันแสนโรแมนติกของเยอรมนีเช่นกันอีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์และแนวกำแพงป้องกันเมืองดั้งเดิมบ่งบอกถึงความรุ่งเรืองของเมืองที่ทำการค้า ไวน์ โค กระบือ และขนสัตว์ที่มีมาตั้งแต่ ค.ศ. 1274
ชมศาลาว่าการเมือง (Town Hall) ที่ตั้งตระหง่านเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมือง โดยตัวอาคารนั้นถูกสร้างขึ้นในช่วงปี ค.ศ.1250 ในแบบอาคารโกธิค/ ชมทัศนียภาพอันงดงามของอาคารบ้านเรือนหลากสีสันจัตุรัส Plnlein จัตุรัสเล็กๆ แต่มีชื่อเสียงในไปทั่วโลก บริเวณรอบ ๆประกอบไปด้วยลานน้ำพุและตลาดเก่า
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน
ที่พัก ALTES BRAUHAUS HOTEL หรือเทียบเท่า 4 ดาว
***หมายเหตุ : โรงแรมมีจำกัด หากโรงแรมเต็มทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์เปลี่ยนเป็นเมืองใกล้เคียง***
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมืองวูร์ซบวร์ก (Wuerzburg) (65กิโลเมตร) เมืองบนเนินเขาทางตอนเหนือของแคว้นบาวาเรีย ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเมนซึ่งเป็นอีกแหล่งเพาะปลูกองุ่นเพื่อผลิตไวน์ขอเยอรมัน
...นำท่านชมความงดงามของเมืองโดยเริ่มจาก ศาลาว่าการเมือง (City Hall) อิสระถ่ายรูปกับมหาวิหารแห่งเมืองวูร์ซบวร์ก (Wurzburg Cathedral) สร้างขึ้นเมื่อ ค.ศ. 788 และในการก่อสร้างระหว่างปี 1040-1225 ได้รับอิทธิพลจากศิลปะแบบโรมาเนสก์ จึงทำให้ภายนอกมหาวิหารสร้างแบบโรมาเนสก์
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองแฟรงค์เฟิร์ต (Frankfurt) เมืองธุรกิจการค้าที่สำคัญของเยอรมัน (120 กิโลเมตร)
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารไทย
บ่าย ชมจัตุรัสโรเมอร์ (ROMERBERG)ย่านใจกลางเมืองเก่า อันเป็นที่ตั้งของศาลาว่าการเมือง (THE ROMER)ศิลปะแบบโกธิคที่ได้รับการก่อสร้างขึ้นในปี 1405 ตรงกันข้ามกับศาลาว่าการเมือง ท่านจะพบกับอาคารกึ่งไม้ซุงอันงดงามแบบฟาคแวร์กเฮ้าส์ที่เรียกว่า ออสไซเล่อ (OSTZEILE) ที่ได้รับการก่อสร้างขึ้นมาใหม่โดยสามารถรักษารายละเอียดของอาคารดั้งเดิมที่เคยถูกทำลายหมดสิ้นเมื่อสมัยสงครามโลกครั้งที่สองได้ทุกรายละเอียดนำท่าน ถ่ายภาพความสวยงามของน้ำพุแห่งความยุติธรรมที่ตั้งเด่นเป็นตระหง่านอยู่กลางลาน ผ่าน ชมโบส์ถเซนต์พอล และวิหารใหญ่ประจำเมือง ...อิสระให้ท่านช้อปปิ้งสินค้าหลากหลายย่านถนนซายล์ (ZEIL) ถนนช้อปปิ้งที่ยาวที่สุดของประเทศเยอรมนีที่เต็มไปด้วยร้านจำหน่ายสินค้าแบรนด์เนมชื่อดังเรียงรายอยูมากมายไม่ว่าจะเป็น Louis Vuitton, Hugo Boss, Chanel, Giorgio Armani เป็นต้น..นำท่านเดินทางสู่ สนามบิน เพื่อเดินทางสู่ ประเทศไทย
22:20 น. ออกเดินทางสู่ ประเทศไทย โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK048 /EK372
*** แวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินดูไบ0600-0940 ***
18:55น. ***เวลาท้องถิ่น*** เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ
.jpg)
99/387 พาร์คแลนด์เพชรเกษม-ท่าพระ ถนนเพชรเกษม แขวงวัดท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร 10600
แผนที่บริษัท คลิก Google Map
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา